Author: Nopmanee

ในครั้งนี้ Kinlakestars ขอนำเสนอสุดยอดแห่งประสบการณ์แห่งกาลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบ Omakase มิใช่เพียงวัตถุดิบที่ดีที่สุดและการปรุงอย่างปราณีต แต่ยังรวมถึงการเรียงลำดับรายการอาหารอย่างลงตัว ทำให้ไม่ซำ้ซากน่าเบื่อ เหมือนการกิน Omakase ทั่วไปที่พอของเรียกน้ำย่อยหมดก็จะเป็นซูชิรัวๆแล้วมีของหวานปิด ที่พิเศษสุดที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใคร คือการจับคู่สาเกขั้นเทพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาเกโดยตรง จนแม้แต่คนที่ไม่ดื่มสาเกก็ยังต้องติดใจเพราะช่วยเสริมทั้งรสและกลิ่นอาหารได้อย่างดีเยี่ยม Sushi Zo ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ จากต้นตำรับที่นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อเสียงจนได้รับรางวัล 2 Michelin’s stars ตอนนี้ได้มีสาขาในประเทศไทยแล้ว ที่พลาซ่า แอทธินี ทาวเวอร์ ถนนวิทยุ โดยร้านจะอยู่บริเวณ ชั้น G สามารถสอบถามพนักงานในอาคารได้เลยครับ เมื่อเข้าร้านมาจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งที่นี่จะมีโต๊ะสำหรับเตรียมอาหารสามที่สำหรับเชฟสามท่าน โดยปกติจะรับต่อรอบประมาณ 12 ที่ แต่หากมาเป็นกลุ่มหลายคนสามารถแจ้งทางร้านได้เพื่อที่ร้านจะพิจารณาสำหรับ การจัดสรรที่นั่งเพิ่มเติม โดยหากเป็นกรุ๊ปใหญ่หรือมาเพื่อเลี้ยงฉลองอาจจะได้เป็น private round สามารถติดต่อกับฝ่าย booking ดูได้ครับ รอบแรกจะเปิดหกโมง ถึงทุ่มครึ่ง ก่อนรอบต่อไปสองทุ่ม โดยคอร์สของที่นี่ เริ่มต้นด้วยจำนวน 18 คำ สนนราคาเริ่มต้นที่ 7,000 บาท++ซึ่งสามารถสั่งสาเกหรือไวน์ทานควบคู่ไปด้วยได้ และหากวันนั้นมีผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่สามารถ Sake Pairing ได้ด้วยเช่นกันครับ ตัวอย่างเมนูสาเกครับ วันนี้ได้เชฟ โทชิ โอนิชิ เชฟมือขวาของปรมจารย์ซูชิเชฟ เซกิ เป็นผู้ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมความสมบูรณ์แบบในมื้อนี้ครับ เชฟ โทชิ โอนิชิ เมื่อถึงเวลาเชฟก็เริ่มบรรจงทำอาหารให้สดๆด้านหน้าเลยครับ เริ่มต้นด้วย Appetizer กันก่อนด้วย Abalone (Awabi) Abalone (Awabi) เป็นหอยเป๋าฮื้อจากฮอกไกโดซึ่งมีความสดใหม่ เคี้ยวหนึบเด้ง ลิ้นตัวซอสตับเป๋าฮื้อที่เสิร์ฟมาคู่กันมีความ creamy มันหอม ด้านใต้มี เส้นบะหมี่อยู่เล็กน้อยให้ทานเคี้ยวคู่กัน เป็นเมนูเปิดที่อร่อย ส่งผลให้ใจจดใจจ่อรอเมนูถัดไปมากทีเดียว เนื่องจากวันนี้ทางเราได้รับการ Sake Paring จากผู้เชี่ยวชาญ จึงได้มีโอกาสมาแนะนำสาเกที่ช่วยเสริมรสอาหารให้ด้วยครับ เริ่มจากตัวแรกที่จเสิร์ฟพร้อมกับ Appetizer  MASUMI SANKA – Junmai Daiginjo 16% MASUMI SANKA – Junmai…

Read More

The journey of princess and friends ร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดชิค แหวกแนวที่รวมแนวคิดและไลฟ์สไตล์ของดีไซเนอร์ของแบรนด์มารังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเด็ด เราจะพาไปดูบรรยากาศและการตกแต่งร้านกันก่อนดีกว่า สำหรับร้านนี้ เรียกได้ว่าจะมาฉลองกับเพื่อนฝูง ที่ทำงาน จะมาเดทหรือแม้แต่จะมาช็อปปิ้งเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็มาได้หมดเลยครับ มีแม้แต่สระว่ายน้ำกับแพยางครับ มีทั้งส่วนในอาคาร นอกอาคาร ส่วนที่ให้น้องหมาน้องแมวมาได้ด้วย เรียกได้ว่าหลากหลายวาไรตี้สุดๆไปเลยครับ อ่อใช่ เกือบลืม ยังมีทั้งมุมนวด มุมทำเล็บอีกด้วยนะคุณ และถ้าใครที่ชื่นชอบการปรุงอาหาร การทำครัว อยากจะอินไซด์ใกล้เชฟ ทางร้านก็ยังมีมุมกินหน้าครัว ครัวสวยครับไม่ต้องกลัวว่าจะไม่งามตา ยังคงความชิคๆ เคยมั้ยครับ จะไปทานอาหารร้านเด็ด แต่ไม่มีเพื่อนหรือคู่ไปด้วย จะสั่งหลายอย่างก็ทานไม่หมด portion เยอะเกินไปอีก ทางร้านได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้จึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาตรงนี้ โดยการสร้างเมนูที่มี portion สำหรับคนคนเดียวทานได้หมด สั่งได้หลายอย่าง ไม่พลาดจานโปรดทุกจาน แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า ลด portion ลง แต่คุณภาพของวัตถุดิบยังมีคุณภาพเหมือนเดิม เอาล่ะะะะะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวเราจะพาไปดูเมนูในวันนี้กันเลยดีดว่าครับ อาหารเลิศรสสุดแสนสนุกสนาน เริ่มด้วย starter ซึ่งเป็น complitary ของทางร้าน ซึ่งสำหรับขนมปังชุดนี้ จะประกอบไปด้วยขนมปังสาม-สี่ ชนิด ซึ่งอันที่เราชอบที่สุดคือ baked baguette ทานในขณะที่ยังร้อนๆ ชีส ยืดๆ it’s a pure heaven! จานถัดไปที่ได้ชิมคือ parma ham ห่อ melon parma ham บางๆ ห่อ melon ชิ้นพอดีคำ พอกัดเข้าไปแล้วรสชาติเค็มกำลังดีของตัวแฮมเข้ากับความหวานของผลไม้ที่มันห่ออยู่จนไม่น่าเชื่อว่าจะนำแฮมมาทานกับผลไม่ได้ จานนี้ต้องสั่งจริงๆครับ จานถัดไปจะเป็นเมนูซุป นั่นก็คือจาน classic ของอาหาร Italian ซึ่งทางร้านทำ Mushroom Soup ออกมาได้เหนือความคาดหมายมากๆ กลิ่นหอมของเห็ดที่โดดเด่นมาเตะจมูก พอได้ชิมเข้าไป รับรองว่าซดหมดจนหยดสุดท้ายแน่ๆครับ เพื่อสุขภาพที่ดี เราต้องทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ในมื้อนี้คงจะขาดผักและผลไม้ไปไม่ได้ ซึ่งสลัดจานนี้ครบเครื่องทั้งผักและผลไม้ ทั้งยังมีโปรตีนจาก scallop ชิ้นโต สำรับรสชาตินั้นคงไม่ต้องบอกว่าไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆครับ…

Read More

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกคนกับเดือนสุดท้ายของปีนี้ ทุกคนคงกำลังเตรียมหาสถานที่นับถอยหลัง เข้าสู่ปีใหม่กันอย่างวุ่นวาย ไหนจะเคลียร์งาน ปลายปี รอรับโบนัส วันนี้ Kinlakestars เราพาทุกท่านมาลิ้มลองอาหาร 3 คอร์ส พร้อมไวน์ที่โรงแรม คอนราด ถนนวิทยุ เพื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือกให้ทุกคนพาคนที่รักไม่ว่าจะครอบครัว หรือคู่รักไปดินเนอร์ ปลายปีที่จะถึงนี้ ร้านอาหารที่เราจะพาไปวันนี้คือ Cafe@2 ชั้น 2 Conrad Hotel เดิมทีจัดเป็นแบบบุฟเฟต์ แต่ตอนนี้หลังจากเปลี่ยนแปลงตกแต่งครั้งใหม่ เนื่องจากก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ของโรงแรมแห่งนี้ ทางห้องอาหารจึงจัด 3 courses with wine paring ภายใต้คอนเซปต์ เรียบง่าย แต่อร่อย ให้ทุกท่านได้มาลิ้มลอง วันนี้ดิฉันได้มาลองทาน เป็น จานเล็กๆขนาดทดลองให้พอหอมปากหอมคอ ของจริงจะจัดมาเต็มตามรูปด้านล่างนี้นะคะ Foie Gras & Duck เริ่มกันที่จานเรียกน้ำย่อย ตับห่าน พร้อมอกเป็ดพริกไทยดำ รสชาติหวานมัน ของตับห่านทานพร้อมกับเนื้อเป็ดแน่นๆ Iberico Ham with Goat Cheese and Figs หรือใครไม่ถนัดฟัวกราส์ อาจเลือกเป็น Iberico ham ทานคู่กับชีสนมแพะก็ได้ สำหรับคนที่ชอบทานชีสนมแพะจะถูกใจมาก เนื่องจากรสชาติชีสเข้าได้ดีกับแฮมรสเค็มๆ รองด้วยหอมแดงผัดกับซอสสูตรเฉพาะ จนหวานฉ่ำ Beet roots & Buffalo Milk Feta Cheese ท่านใดชอบทานสลัดอาจเลือกเป็นสลัดบีทรูท เสิร์ฟพร้อม เฟต้าชีส ราดซอสบาลซามิกเคี่ยวจนกลมกล่อม สดชื่น ยิ่งเวลาทานคู่ไวน์ ยิ่งช่วยเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี New Zealand Ora King Salmon and Cucumbers ปลาแซลมอนสด จากนิวซีแลนด์ เสิร์ฟมากับหอยเชลล์หวานเนื้อแน่น มีซอส รสเปรี้ยว และวาซาบิซอส ช่วยเสริมรสชาติ Aromatic Seafood Broth with Chiang…

Read More

หากจะกล่าวถึงร้านอาหารไทยที่มีวิวงดงาม เห็นทัศนียภาพกรุงเทพฯมุมสูงได้อย่างงดงามก็คงหนีไม่พ้น Saffron โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ซึ่งไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาทางห้องอาหารก็ได้ประกาศเปิดตัวห้องอาหาร SAFFRON ที่ยกเครื่องใหม่ ตกแต่งสไตล์ไทยรูปแบบผสมผสานที่ได้รับการออกแบบการปรับปรุงใหม่ ซึ่งทำให้ร้านอาหารของโรงแรมมีเอกลักษณ์ทางสุนทรียรสแห่งใหม่ งดงามตระการตามากยิ่งขึ้น รูปแบบการออกแบบภายในใหม่ที่ชัดเจนจากไสตล์ Décor โดยใช้ประโยชน์จากสีและลวดลายของไม้ที่สะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกแสนอบอุ่น อีกทั้งการสอดแทรกผ้าไหมไทยลงไปในการออกแบบ ซึ่งเป็นวัสดุที่ดีสำหรับการสะท้อนความเป็นไทยในแบบหรูหรา ในขณะที่ลูกเล่นใหม่ๆ อย่างครัวเปิด ซึ่งห้องอาหารไทยมักเป็นครัวปิด จะหาครัวเปิดนั้นมักเป็นเรื่องยากและมิค่อยมีใครทำกัน แสดงถึงความชำนาญและเชี่ยวชาญในการปรุงของทีมงานทำอาหาร ควบคุมและกำกับการแสดงโดยหัวหน้าเชฟเรณู และ ผนังดอกบัวที่ทำจากทองแดง ดอกบัว / Lotus Flower เป็นองค์ประกอบที่แสดงออกถึงความเป็นมิตร ความนอบน้อม การให้บริการ การกำเนิดจากแผ่นดิน และ ความเงียบสงบ ความสวยงามอลังการนั้นยังรวมถึงวิวทิวทัศน์ที่ Saffron Sky Garden สูง 51 ชั้นที่มีเสน่ห์ ทิวทัศน์เมืองที่งดงาม เริ่มต้นมื้อด้วยการล้างมือ วัฒนธรรมการกินแบบไทยเรานั้นในอดีตมันใช้มือกิน ดังนั้นการล้างมือก่อนกินข้าวจึงเป็นสิ่งจำเป็น มีบางบันทึกกล่าวถึงการล้างมือด้วยน้ำสมุนไพรก่อนกินข้าว โดยมักทำกันในรั้ววังไปจนถึงบรรดาบ้านขุนนาง คหบดี ผู้ดีทั้งหลาย ทาง Saffron จึงมีการล้างมือให้แขกที่มาใช้บริการทุกท่านด้วยน้ำสมุนไพรอุ่นๆ จากเหยือกโดยมีถ้วยรอง และเช็ดมือด้วยผ้าสะอาด เริ่มต้นด้วยของว่างก่อนมื้ออาหารที่ทางห้องให้บริการฟรีสำหรับแขกทุกท่านที่มาเยือน ข้าวตังกับข้าวเกรียบแซฟฟรอน มาพร้อมนํ้าพริกหนุ่ม นํ้าพริกอ่อง นํ้าพริกหน้าตั้งที่ประกอบด้วยไก่กะทิ ข้าวตังและข้าวเกรียบบางเฉียบ กรอบเคี้ยวได้อร่อย ทานคู่กับ นํ้าพริกสามแบบ ซึ่งรสชาติต่างกัน ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน พร้อมกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ จากทั้งสามนํ้าพริก เป็นออเดิร์ฟเล็กๆที่ทำให้เปิดมื้อนี้ได้อย่างน่าสนใจ เมี่ยงคำ กับปลาสำลียำมะม่วง เมี่ยงคำรสนัวที่มีความหอมของใบชะพลูและมะพร้าวคั่วกรอบๆลงตัวกับเนื้อครีมที่ผสมกะทิ เนื้อปลาแน่นๆในหนึ่งคำมาพร้อมมะม่วงยำรสเปรี้ยวหวาน เปิดปุ่มรับรสให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ มาต่อกันด้วยจานของว่างแสนอร่อย กินง่าย เรียกน้ำย่อยได้ดีกันครับ ปอเปี๊ยะปูสด ซอสมะม่วง ปอเปี๊ยะปูสด ซอสมะม่วง เมนูสีสันสวยงาม ปอเปี๊ยะสดเนื้อแป้งเหนียวนุ่มประดับด้วยดอกอัญชัญอัดแน่นด้วยไส้ผักกรอบๆ และเนื้อด้านใน ราดซอสมะม่วงสูตรพิเศษ ที่มีความเปรี้ยว ซุป ต้มข่า cappuccino หอยเชลล์ย่าง ต้มข่าที่ present ออกมาได้อย่างน่ารักมากๆ ด้วยการทำกิมมิคให้มีฟองข้างบนและเสิร์ฟมาในแก้วกาแฟ ท็อปด้านบน ด้วยหอยเชลล์ย่าง ต้นหอม และทองคำเปลว เป็นเมนูที่แค่เห็นก็ยิ้มด้วยความน่ารัก…

Read More

“ชุมชนกำลังจะเลือนหายไป… แต่หากเราร่วมมือกัน พวกเขาก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง” บรรยากาศทั่วไปของงาน จัดในสวน เดินสบาย โรงแรม สุโขทัย กรุงเทพฯ และ ไฮฟ์สเตอร์ ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมเเละสนับสนุนการโปรโมทงานการกุศล “หลงรักชุมชนคนบางกอก” เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนใน 6 ชุมชนกรุงเทพที่กำลังจะเลือนหายไป เวทีกิจกรรม แสดงดนตรีและละครการละเล่นต่างๆ สืบเนื่องมาจากโครงการเเอพเพียร์ (APPEAR) ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ใช้การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในการชุบชีวิตชุมชนที่กำลังจะเลือนหายไป ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง โดยโครงการนี้บริษัทไฮฟ์สเตอร์ได้ร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร รวมทั้งโรงเเรมสุโขทัย กรุงเทพฯ มาร่วมพัฒนาเเละโปรโมทการท่องเที่ยวชุมชน ในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกัน (Alliance of Good Neighbours) รวม 6 ชุมชน ได้เเก่ 1.ชุมชนนางเลิ้ง 2.ชุมชนบางลำพู 3.ชุมชนบ้านบุ 4. ชุมชนเกาะศาลเจ้า 5.ชุมชนบางกระดี่6.ชุมชนหัวตะเข้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งร่วมมือกับชุมชนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคมที่ใช้การท่องเที่ยวมาลดปัญหาสังคมเพื่อให้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนั้นดีขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ของโครงการเเอพเพียร์ ผู้ร่วมจัดทำโครงการได้ร่วมจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวชุมชนเเละหารายได้เข้าสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชน ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นที่เราไม่ได้เห็นกันมานานแล้ว ขวัญใจของเด็กๆ แถมตุ๊กตาตัวนี้สามารถเป่าแล้วมีเสียงออกมาได้ด้วยนะคะ นอกจาก 6 ชุมชนที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในปีนี้เราได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ เพิ่มอีก 6 ชุมชน เพื่อสนับสนุนซื้อของชุมชน รวมไปถึงชื่นชมกับศิลปวัฒนธรรม การทำเวิร์คชอป เพื่อเป็นการเรียนรู้ และรู้จักชุมชนมากขึ้น โดยมีชุมชน ดังนี้ 1. ชุมชนตลาดน้อย 2. วิชชาลัยในสวน บางมด 3. ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 4. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม 5. กลุ่มบางกอกนี้ดีจัง 6. ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน ขนมเบื้องโบราณเจ้าดังก็มา ค่าบัตรเข้างานในครั้งนี้เพียง 50 บาท – สามารถนำมาแลกเครื่องดื่มในงานได้ บัวลอยหลากสีสันต์ ตารางกิจกรรมวันงาน เวิร์คชอปการทำลายรดน้ำปิดทอง อีกหนึ่งศิลปะที่กำลังจะเลือนหายไป • กิจกรรมครีเอทีฟเวิร์กชอปงานศิลปะเเละงานคราฟต์ท้องถิ่นจากคุณลุงคุณป้าปราชญ์ชุมชนแต่ละเเห่ง เช่น การทำว่าวใบไม้ การทำลายรดน้ำปิดทอง การปกสไบ การทำพวงมโหตร การทำพวงกุญแจดาบไม้ไทย กิจกรรมวาดภาพ(ไม่)เหมือน การทำแป้งพวง…

Read More

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ Kinlakestars.com เราจะพาท่านไปเปลี่ยนบรรยากาศ ไปชม Afternoon Tea Set จาก Peacock Alley ณ โรงแรม 5 ดาวสุดหรูใจกลางเมือง “Waldorf Astoria Bangkok” ในเครือของ Hilton กันครับ ร้าน Peacock Alley จะอยู่ที่ชั้น Upper Lounge ซึ่งมีบรรยากาศเปิดโล่งรอบด้านให้ความรู้สึกกว้างขวาง และตกแต่งด้วยสไตล์เรียบในโทนขาวดำ มีการจัดวางโต๊ะที่สามารถรองรับแขกที่มารับบริการได้อย่างเต็มที่ โดยไม่แออัดจนเกินไป พีค็อก อัลเลย์ | 70 ที่นั่ง – เป็นเลาจน์ที่เลื่องชื่อของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ให้บริการชุดชายามบ่าย และอาหารว่าง มีเมนูขนมอบโฮมเมดและเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นตลอดทั้งวัน พร้อมชมวิวสนามหญ้าที่เขียวขจีของราชกรีฑาสโมสร นอกจากนั้น ยังเสิร์ฟอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ซึ่งก็คือ วอลดอร์ฟสลัด (Waldorf Salad) และไข่เบเนดิกต์ (Eggs Benedict) อีกด้วย ชื่อ “พีค็อก อัลเลย์” ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสะท้อนภาพของทางเดินเชื่อมระหว่างโรงแรมวอลดอร์ฟและโรงแรมแอสโทเรีย ในมหานครนิวยอร์คสมัยก่อน ที่โดดเด่นสวยงามด้วยต้นไม้ร่มรื่นสองข้างทาง พีค็อก อัลเลย์ คือสถานที่ที่คุณจะได้มาพบปะสังสรรค์กับผู้คน การตกแต่งภายในนั้นงดงาม หรูหรา แต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ดีไซน์การตกแต่งนั้นมีการใช้ทองแดง ไม้สีอ่อน และเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส บรรยากาศภายในร้านนั้นสงบและผ่อนคลายเหมาะสมแก่การจิบชายามบ่าย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับรู้สึกเคร่งเครียดหรือเงียบสนิท ทำให้เป็นที่ๆสามารถพูดคุยธุรกิจ พบปะสังสรรค์หรือเลี้ยงฉลองย่อมๆได้เลยครับ โดย ร้าน Peacock alley นั้นได้จัดเซ็ต afternoon tea เอาใจท่านผู้อ่านที่ชอบจิบชาในยามบ่ายบนวิวสุดหรูของบนชั้น Lobby (Upper Lounge) ของโรงแรม โดยเซ็ต afternoon tea ของที่นี่เป็นเซ็ต สำหรับสองท่าน ในราคาเพียง 1900 บาท หรือหากมาไม่ครบคู่ก็สามารถสั่ง เป็น a la carte แยกได้ครับ จุดนี้เป็นมุมที่วิวดีที่สุดของร้านครับ โดยชาของที่นี่จะมีหลากหลายแบบให้เลือกได้หลายตัว ตั้งแต่ ชาดำ ชาเขียว…

Read More

               ใกล้ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขที่โฮเทลมิวส์แบงค็อก ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษจุใจ เนื้อวากิวโทมาฮอร์คชิ้นมหึมาหนักถึง 1 กิโลกรัม จาก บาร์เบต เดอะสเต็กเฮาส์ แบงค็อก ชั้น 19    สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่เฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่สุดหรูในแบบ Glamorous Festive Moment ทาง kinlakestars.com จะขอพาทุกท่านไปพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ จากบาร์เบต เดอะสเต็กเฮาส์ ณ โรงแรมโฮเทลมิวส์ ชั้น 19 แห่งนี้ ให้ท่านได้ดื่มด่ำไปกับค่ำคืนคริสต์มาสอีฟดินเนอร์ และนิวเยียร์อีฟส่งท้ายปี พร้อมกับราคา Early Bird Promotion เปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเห็นได้ว่าการตกแต่งห้องอาหารแห่งนี้ช่วยทำให้เพิ่มบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้อย่างดีเลยทีเดียว เริ่มต้นมื้ออาหารสุดพิเศษด้วย Bread and butter ที่จะเสิร์ฟมากับขนมปัง 4 ชนิด พร้อมด้วยเนย 3 ชนิดด้วยกัน ขนมปังประกอบไปด้วย Sesame, Poppy Seed, Oregano และ Plain ในส่วนของเนยนั้นมี Truffle, Chili และ Plain ซึ่งให้รสชาติที่หลายหลายและอร่อยลงตัว    Side dish จานแรกที่นำมาเสิร์ฟคือ Chef’s Salad สลัดสูตรพิเศษจากเชฟฝีมือเยี่ยม Chef  Michal Bialoskorski ที่ผสมผสานผักหลากชนิดมาไว้ในจานเดียว คลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดบัลซามิกโรยหน้าด้วยพาร์มีซานชีส ไม่ว่าจะเป็นมะเขีอเทศหลากสี อย่างมะเขือเทศเขียว เหลือง และแดง ซึ่งนอกจากสีที่แตกต่าง สัมผัสความหวานและกรอบก็ต่างออกไป แรดิชหั่นสไลด์บางๆ ผักเคล และอีกสารพัดผักสดมากมายที่ออกมารวมตัวกันในจานสลัดจานนี้ กินแล้วชวนให้รู้สึกอยากออกมาระบำเพลงจิงเกิลเบล  มาถึงพระเอกของเรา สเต็กเนื้อวากิวพรีเมี่ยมจากออสเตรเลีย โทมาฮอร์ค ขนาด 1 กิโลกรัม ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน จนได้เนื้อรสชาตินุ่มชุ่มลิ้น ชิ้นโต…

Read More

จากที่คราวก่อนผมได้ลองกิน Omakase ที่ร้าน Sushi Ichizu (Review) กันไปแล้ว วันนี้เราจะมารีวิวอีกชุดหนึ่ง จากห้องอาหารญี่ปุ่น Shintaro ในโรงแรม Anantara Siam กันบ้าง ซึ่งบางท่านอาจจะคุ้นเคย เนื่องจากเป็นห้องอาหารขึ้นชื่อที่มีมานานแล้ว โดยการเดินทางสามารถขับรถมาหรือนั่งรถไฟฟ้าลงสถานีราชดำริได้เลยครับ เชฟ “Satoshi Sawada” โดยความพิเศษคือ ตอนนี้เชฟ “ซาโตชิ ซาวาดะ” หัวหน้าห้องอาหารญี่ปุ่นที่นี่ ได้เริ่มจัด omakase set ขึ้นมา โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และเมนูหลักของที่นี่จะเป็น long period โดยไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ละวันเหมือน omakase ของที่อื่น ยกเว้นส่วนของ Nigiri ดังนั้นเมนูที่เราจะรีวิววันนี้ จะอยู่ให้ได้ลิ้มลองไปอีกจนกระทั่งเปลี่ยน season เลยครับ สถานที่ของห้องอาหาร shintaro มีความกว้างขวางตกแต่งด้วยบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม มีทั้งโต๊ะ private area และ counter bar ซึ่งการรับประทาน omakase ของที่นี่สามารถสั่ง รับประทานเป็น set ที่โต๊ะได้เลย หรือหากต้องการ request นั่งที่บาร์ก็สามารถทำได้ครับ พื้นที่กว้างขวางเป็นโต๊ะใหญ่นั่งสบายๆครับ ระดับของ omakase จะมี 2 set คือ Hanamizuki ราคา 2800 บาท และ Fuji ราคา 3900 บาท ซึ่งวันนี้เราจะมาลอง set นี้กันครับ โดยในสอง set นี้เมนูหลักๆจะมีความคล้ายกัน แต่จะต่างที่ Fuji จะมีเมนูเสริมที่พรีเมี่ยมมากกว่า เช่น appetizer จะเป็น oyster แทนไข่หวาน หรือมีเมนู Toro Tartar เพิ่มขึ้นมา เริ่มต้น ทางร้านจะเสิร์ฟออเดอร์ appetizer ให้ก่อน ซึ่งตรงนี้หากสั่งชุด omakase จะได้ตรงนี้ฟรี โดยแต่ละวันเมนู…

Read More

เมื่อก้าวเข้าห้องอาหารมาก็จะเจอกับห้องนี้ สื่อถึงความอบอุ่นเป็นกันเองแบบครอบครัว นั่งทานข้าวกันบนโต๊ะยาว เคยมั้ย อยากหาร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนอร่อยๆ ที่ไม่ได้ไปกระจุกตัวในห้างคนแน่นๆเบียดๆ วันนี้ดิฉันขอเสนอ ร้านอาหารอิตาเลียน La Tavola ซึ่ง อยู่ในโรงแรม เรเนซองส์ ติดบีทีเอส ชิดลม แต่ๆๆ อย่าเพิ่งคิดว่าราคาจะแพงเวอร์สู้ไม่ไหว เพราะว่า เราไปลองมาแล้ว และสอบถามโปรโมชั่นมาด้วย ราคาสมเหตุสมผล กินแล้วรับรองว่าฟิน ไม่เสียดายเงิน การจัดวางโต๊ะภายในห้องอาหาร ภายใต้เพดานที่ประดับเป็นรูปดอกเดซี่ ดอกไม้ประจำชาติของอิตาลี ป้ายการันตีห้องอาหารจาก Unioncamere และหอการค้าไทย – อิตาเลี่ยน ร้าน La Tavola แห่งนี้ อยู่ชั้น 3 ของโรงแรม ภายในตกแต่งแบบอิตาเลียนโมเดิร์น ให้บรรยากาศ สบายๆ ไม่ได้หรูหรามาก โต๊ะ จัดวางอย่างเป็น สัดส่วน มีมุมส่วนตัว มุมริมหน้าต่าง ให้เลือก มากมาย นอกจากนั้น ครัวของที่นี่เป็นครัวเปิด คือ เราชื่นชมบรรยากาศ การทำอาหารจากเชฟสุดหล่อ ชาวอิตาเลียนได้แบบใกล้ชิด มีเตาพิซซ่าที่อบสดๆ ให้เห็นกันแบบไม่กั๊ก Catch Tim if you can. Can you find him? Or me?เชฟประจำห้องอาหาร La Tavola วันนี้เรามาทานกันแค่สองคน ขอเสนอเมนูเด่นๆ ก่อน ให้คุณผู้อ่านที่ตามรีวิวเรามาได้ฟิน เหมือนกับที่เราฟินไปแล้วแบบไม่กลัวอ้วน หลังจากที่เราสั่งอาหารเรียบร้อย พนักงานจะนำขนมปังมาวาง ซึ่งมีหลายชนิดให้เราได้ลองชิม ได้แก่ pizza stick, basil bread, tomato bread และอื่นๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับ ซอส 3 สไตล์ เช่น กระเทียมในซอสบาลซามิก รสชาติหวาน กลิ่น, มะกอก และสุดท้ายมะเขือม่วงปรุงรส เริ่มกันที่อาหาร เรียกน้ำย่อยจานแรก คือ ฟัวกราส์ …

Read More

Omakase เปิดใหม่ ย่านสุขุมวิท ที่ไม่ธรรมดาตั้งแต่เชฟ วัตถุดิบ และคอนเส็ป หากคุณเป็นแฟนตัวยงของ Omakase Sushi คงคุ้นเคยกับชื่อร้าน Sugita ที่ได้รับดาวมิชลินในปีเดียวที่เปิด เเละ Gold Medal จากเว็บรีวิวอาหาร TABELOG ณ ประเทศญี่ปุ่น ร้านซูชิที่ดี ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ใน “โตเกียว”หรือที่”กินซ่า” อีกต่อไป วันนี้เชฟ “Riku Toda” เชฟมือขวาของร้าน Sugita อันโด่งดัง ได้มาประจำอยู่ที่นี่ ณ ร้าน Sushi Ichuzu เพื่อเปิดประสบการณ์การรับประทาน Omakase ในรูปแบบที่สดใหม่ ณ ถนนเพชรบุรี สุขุมวิท 39 เชฟ Riku Toda (戸田陸)ผู้ได้รับการบ่มเพาะฝีมือมาอย่างหนักจากปรมาจารย์ซูชิ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน 3 ดาว Sushi Mizutani ลูกศิษย์อันดับ 1 ของเทพเจ้าซูชิ Jiro Ono ต้นตำหรับเอโดะมาเอะซูชิ เมื่อเข้ามาในร้านจะเห็นสัญลักษณ์เป็นต้นบอนไซตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางให้รู้ว่ามาถูกที่แล้วครับ จากนั้นเลี้ยวเข้ามาด้านในจะพบเคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งสามารถเห็นบริเวณที่เชฟทำอาหารได้อย่างชัดเจน พื้นที่เพียงพอต่อการจุ ผู้คนต่อรอบได้ 10 คนตามที่ทางร้านกำหนด โดยมีการเปิดสองรอบเวลา 17.30 และ เวลา 20.30 ครับ ส่วนทางขวาจะมีโต๊ะใหญ่และที่นั่งรับรองให้เตรียมตัวรอก่อนจะเริ่มต้นคอร์สครับ ที่นั่งสำหรับสิบท่านรอบเคาท์เตอร์บาร์ เพื่อให้สามารถชมเชฟขณะเตรียมซูชิได้อย่างชัดเจน และนี่คือเมนูประจำวันนี้ครับ กล่าวคือ omakase จะเป็นเมนูที่ทางเชฟเป็นคนคิด ตามวัตถุดิบที่มีในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นหากมาในวันอื่นก็จะได้พบกับเมนูใหม่ๆ ซึ่งอาจจะไม่ซํ้ากับวันนี้ครับ โดยที่ร้าน Sushi Ichizu นี้จะเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นหลักโดยเฉพาะ ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ส่งตรงจากตลาดปลา Tsukiji โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Maguro Shirako Ankimo Uni จวบจนวัตถุดิบในส่วนของหวานก็นำเข้าจากญี่ปุ่นเช่นกัน รับรองได้เลยว่าวัตถุดิบที่ใช้เกรดเทียบเท่ารับประทาน Omakase ที่ญี่ปุ่นแน่นอน ก่อนเริ่มเสิร์ฟเมนูแรก จะมีการเสิร์ฟขิงดองและ…

Read More