เพลินบรรยากาศวิวเมืองตระการตาใจกลางสุรวงศ์ พร้อมลิ้มรสชาติอาหารจีนเมนูอร่อยในราคาที่สัมผัสได้ กระเป๋า Restaurant ชั้นดาดฟ้า โรงแรมแมริออท สุรวงศ์ ซึ่งเป็นรูปภาพแนวใหม่ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารจีนรสเลิศแต่ราคาแบบสบายใจ ในส่วนของรูฟท็อปบาร์ด้านบนซึ่งเป็นบาร์เปิดโล่งตกแต่งสไตล์จีนโมเดิร์น ซึ่งลักษณะของภัตตาคารจะตกแต่งด้วยกระเบื้องและ เฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนแทบจะทั้งหมด โดยมีการใช้สีที่อยู่ในโทนเข้มไม่สดจนเกินไป ทำให้รู้สึกถึงความเรียบหรูในที โดยที่นี่สถานที่มีความกว้างขวางและมุมมองรอบด้านที่สวยงาม โดยเห็นทั้งวิวเมืองและวิวแม่นํ้า โดยมีลมพัดคลอ ดนตรีเบาๆ ทำให้นั่งชิวได้เรื่อยๆ ยิ่งเมื่อถึงช่วงกลางคืนจะเห็นทิวทัศน์ของไฟหลากสีในกรุงเทพสวยงามเป็นอย่างมาก สำหรับ Yao Rooftop Bar นันเราได้นำเสนอท่านผู้อ่านกันไปถึง 2 รอบแล้ว ท่านสามารถอ่านรีวิวของ Yao Rooftop Bar ย้อนหลังฉบับเต็มๆกันได้ที่ อ่านต่อที่>>> จากอาหารจีนต่างๆ อร่อย ทานง่าย น่าสนใจ ราคาสบายกระเป๋า ที่ กินแหลกแจกดาวพาไปลองชิมกันไปแล้วในคราก่อน วันนี้เราจะพา ไปลิ้มลองเพิ่มเติม กับ เครื่องดื่นสุดพิเศษ จาก คู่หู บาร์เทนเดอร์ สุดเท่ ลุคแบดบอย ดีกรีแชมป์ บินตรงจาก เมืองน้ำหอม กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มารังสรรค์ เครื่องดื่ม กลิ่นอายเมืองน้ำหอม พร้อมเสิร์ฟ อย่างเข้ากันกับอาหารจีน พร้อมแล้วไปลองชิมกันเลยครับ ก่อนอื่นให้ดูตัวอย่างอาหารของว่างคร่าวๆกันเป็นบาตัวกันก่อนดีกว่าค่ะ SHRIMP WANTON WITH SZECHUAN PEPPER SAUCE 298.- เริ่มต้นด้วยเกี๊ยวกุ้งขนาดพอดีคำ 6 ชิ้น ซึ่งถือว่ากำลังพอดี เมื่อกัดลงไปจะรู้สึกถึงความกรุบกรอบของกุ้งสดๆเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยความหอมและเผ็ดร้อนเบาๆของซอสเสฉวน และพริกไทย เหมือนเป็นการเปิดต่อมรับรสของลิ้นก่อนรับประทานอาหารเมนูต่อๆไป ซึ่งโดยรวมเป็นเมนูที่กินได้โดยไม่เลี่ยนแน่นอน และไม่ได้มีความเผ็ดแบบพริกทั่วไป คนไม่รับประทานเผ็ดน่าจะสามารถรับประทานได้ครับ CRISPY FRIED CRAB ROLL 278.- ตามมาด้วย หอยจ๊อปูซอสบ๊วย เป็นออเดิร์ฟที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารจีน เมนูพื้นที่เห็นได้ทั่วไป แต่กลับเป็นการเตรียมพร้อมที่คู่ควรกับ การสั่ง ด้วยความกรอบของเนื้อสัมผัสฟองเต้าหู้ตั้งแต่คำแรกที่กัด และเนื้อปูแน่นๆที่อัดอยู่ภายใน ทานพร้อมนํ้าจิ้มบ๊วยเพิ่มความกลมกล่อมได้อย่างลงตัว FOIE GRAS & SHRIMP DUMPLING 258.- ฮะเก๋ากุ้งฟัวกราส์ จานเด็ดที่เด่นตั้งแต่หน้าตา…
Author: Natthanai Chunpleng
เที่ยวกรุงเทพ เสพความชิค พักผ่อนแบบมีระดับ เก๋ไก๋ แบบลงตัว ที่ Hotel Indigo @ Wireless Road Lobby เริ่มต้นการเช็คอินด้วย welcome drink เป็นชาไทยตรามือ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จัดการด้านเอกสาร ณ ใจกลางเมืองที่ หนาแน่น คับคั่ง บนถนนวิทยุ ปลายเส้นทางท่องเที่ยวที่คนอาจจะเบื่อความจำเจ ที่หรูหรา เรียบๆ มาสัมผัสความมีระดับ แบบเท่ เก๋ไก๋ สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ที่ Hotel Indigo ตาม Concept โรงแรมที่ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหนบนโลก การตกแต่งบรรยากาศและข้าวของที่นำมาใช้ในการบริการ ก็จะเน้นการนำเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ตั้ง มาใช้ จึงทำให้เราสัมผัสความเป็นกรุงเทพฯร่วมสมัยได้ตั้งแต่ย่างเท้าก้าวแรกเข้ามาที่ล็อบบี้ของโรงแรม อย่างในส่วนของ Lobby มีความสร้างสรรค์ที่นอกจากจะมีการแต่งโดยใช้ของสุดฮิปแนววินเทจต่างๆจากวิทยุเก่า เครื่องฉายหนัง ชั้นหนังสือ ก็ยังมีการใช้เส้นสายผ่านการติดไฟตรงผนัง Lobby ที่แสดงถึงถนนและสัญญาณวิทยุ เป็นหนึ่งในการออกแบบจากแนวคิดสะท้อนอัตตาลักษณ์พื้นที่ หลังจากดื่มด่ำกับความกิ๊บเก๋ของการตกแต่งที่แสนฮิปและเข้ากัน เราก็มาเดินถ่ายรูปเล่นเก็บภาพตามจุดต่างๆที่ไม่ว่าจะหันกล้องไปมุมใด ก็ได้ภาพสวยๆทั้งนั้น ด้วยการตกแต่งที่ดูเก๋ไม่เหมือนใคร ยังคงความหรูอย่างมีระดับ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆก็มีความร่วมสมัย ทั้ง โซฟา แบบต่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ การตกแต่งด้วยรถสามล้อถีบ ทีวีที่นำมาจัดทำเป็นโมบายแบบไม่เหมือนใคร กำแพงลายเส้นที่ประดับด้วยไฟแอลอีดีเป็นเส้นวิ่งสื่อถึงความหมายของคลื่นสัญญาณวิทยุ แต่ละมุมถ่ายรูปออกมาได้สวยดูดี มีเอกลักษณ์จริงๆครับ ชั้นเก็บกุญแจที่โรงแรมในอดีตจะต้องมี ซึ่งปัจจุบันโรงแรมใช้ระบบบัตรแถบแม่เหล็กแล้ว ชั้นเก็บกุญแจนี้จึงเป็นเพียงส่วนตกแต่งและจุดถ่ายรูป ด้วย Concept ของความเป็นถนนวิทยุ ที่เป็นถนนเส้นแรกที่ตัดผ่านสถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจสู่การตกแต่งที่นำเอาความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นไทยและเรื่องราวนี้ เริ่มจาก Welcome Drink ก็เป็นชาดำเย็นโดยใช้ชาตรามือมาชงเพื่อให้ได้รสชาติหวานสดชื่นหอมละมุน เมื่อเดินทางมาถึงทางขึ้นลิฟท์จะเจอกับ Radio Wall กำแพงที่ออกแบบตกแต่งด้วยบรรดาเครื่องวิทยุจากยุคสมัยต่างๆ ให้ความเรียบเก๋ไก๋และไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ก่อนที่จะขึ้นไปยังห้องพัก ภายในลิฟท์ตกแต่งให้ดูแบบวินเทจ ด้วยหนังบุและไม้ ในลิฟท์ที่ตกแต่งสไตล์ วินเทจ เหมาะกับการถ่ายรูปเช่นกัน นอกจากจะสวยงามทางสายตาด้วยลวดลายแผ่นหนังยิงหมุดดุมแล้ว เข้ามาเรายังได้กลิ่นหนังแท้ อันเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ โคมไฟบนเพดานในลิฟท์ก็กิ๊บเก๊วินเทจสุดไปเลย Twenty Two step bar บาร์เครื่องดื่มชั้นถัดมาจาก Lobby เพียงเดินขึ้นผ่านบันได 22 ขั้นขึ้นมาก็จะเห็นมานี้ตั้งอยู่ในมุมที่มีความเป็นส่วนตัว ตกแต่งด้วยบรรยากาศผนังเหมือนกำแพงห้องสมุดแต่งด้วยโคมไฟระย้าขนาดใหญ่สวยงามมีบาร์เครื่องดื่มบริการมากมาย และยังมีช่องเปิดเพื่อให้เห็นบรรยากาศของเราที่เป็นแบบอบอุ่นไม่รู้สึกเงียบเหงา…
ชิมฝีมือเชฟสุดหล่อดีกรี มิชลิน 3 ดาว ณ โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพ บรรยากาศดื่มด่ำพิเศษ ที่จะทำให้คุณจดจำค่ำคืนนี้ไม่รู้ลืม วันนี้กินแหลกแจกดาวพาคุณมาที่โรงแรมเซนต์รีจิส จากต้นทุนเดิมที่หรูหราในระดับประเทศแล้วสิ่งที่เราจะกำลังได้สัมผัสคือมื้ออาหารสุดพิเศษจากเชฟมิชลินระดับ 3 ดาว Andreas Caminada เชฟฝีมือรสชาติเยี่ยมเชื้อชาติสวิส ที่วันนี้จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษแถมนำบรรยากาศกลิ่นอายจากร้านของเขาที่เรียกว่าหาโอกาสรับประทานได้ยากทีเดียว สัมผัสเมนูอาหารสุดพิเศษ เกินกว่าคำว่าน่าสนใจทุกจาน แต่ต้องเรียกว่าสุดประทับใจในทุกคำ เพราะร้านอาหารของเชฟคนนี้ตั้งอยู่ในปราสาทที่เข้าถึงได้ยากและต้องจองคิวล่วงหน้าหลายเดือนทีเดียว จาก Concept ร้านที่มีความหมายถึงรังนก สื่อออกมาเป็นสัญลักษณ์ของทั้งรูปสัญลักษณ์ร้านที่ดูเหมือนรังนก ตรงกลางช่องที่เว้นไว้ดูเหมือนรูปไข่ ซึ่งทำให้บรรยากาศของดินเนอร์มื้อนี้ที่ปกติเราจะนึกว่าเป็น Fine dining ที่จะจัดจานอาหารมาเป็นจานส่วนตัว ต่างคนต่างลิ้มรส เป็นการจัดอาหารแบบ Sharing เหมือนการที่นกทำรังอยู่ด้วยกัน แต่ต่างออกไปหาอาหารแล้วนำมาทานร่วมกันที่รังนั่นเอง และที่สำคัญเมนูยังสอดแทรกเมนูไข่ไว้ได้อย่างน่าสนใจในทุกๆช่วงของเมนูทีเดียว ว่าแล้วเรามาเริ่มมื้ออาหารที่น่าสนใจและสุดอลังการนี้ด้วยกันเถอะครับ Small Appertizer Egg Surprise-chilli -crab สมกับเป็นชื่อไข่แห่งความน่าประหลาดใจ ภายในเปลือกไข่ที่เสิร์ฟบนเม็ดเกลือสมุทร ภายในบรรจุไว้ด้วยซุปที่เหมือนซุปกลิ่นน้ำปู มีเนื้อปูและน้ำซุปที่ภายใต้จะมีเนื้อของไข่ตุ๋น วางตัวอยู่ด้านใต้น้ำซุปและเนื้อปูรสชาติออกเค็มมันหอมเนื้อปูขึ้นมาในทันทีที่สัมผัส Air Bread-shellfish แป้งกรอบห่อไส้ภายใน ที่ดูเหมือนเนื้อครีม รสชาติออกไปทางอิตาเลี่ยน ตอนปิดหน้าเล็กๆเป็นเรื่องของเห็ดหอม มะเขือเทศ หอมใหญ่ และเนื้อกุ้งสด Red Cabbage – Mustard ไล่ตั้งแต่บนคือแป้งแผ่นบางกรอบ ตัดเป็นวงกลมประดับ รองไปด้วยลูกโป่งกลมที่ตอนแรกอาจจะนึกว่าเป็นแป้งกลมปั้นก้อนแต่จริงๆแล้วเป็นเหมือนเปลือกสร้างที่ห่อน้ำซุปรสชาติเปรี้ยวหวานไว้ด้านใน ลักษณะเหมือนน้ำหมักรสหวานกะหล่ำปลีม่วง รองด้านล่างสุดด้วยลักษณะเหมือนหน้ามาการองมัสตาร์ดให้รสชาติโดยรวมที่สัมผัสได้ยาก ARTICHOKE – TOMATO-Coriandor ครีมไส้ชีส เนื้อที่สอดกลางระหว่าง อาร์ติโชก พืชตระกูลเดียวกับทานตะวัน Starter Arrigoni “Manon” Pinot Grigio Previncia Italy Hamachi – Radish – Avocadoเนื้อปลาฮามาจิที่เกิดมาเป็นชิ้นจี่ไฟให้สุกแต่ริมด้านนอกกรอบๆ ล้อมด้วยเครื่องเทศงา พริกไทยดำ วางข้างหัวไชเท้าดองที่ตั้งใจสไลด์บางแล้วห่อม้วนเป็นแท่ง เพื่อตกแต่งให้ดูมีเอกลักษณ์ แต่งตามด้วยครีมอโวคาโดที่นับเป็นทีเด็ดของจาน เสริมรสชาติออกมันของเค็มให้กับเนื้อปลาฮามาจิได้เป็นอย่างดี Langoustine – Papaya – Spices สลัดเนื้อกุ้งมังกรที่เสิร์ฟโจรสลัดที่ดูแล้วเหมือนส้มตำไทย นับเป็นบรรยากาศที่แอบขำในใจเล็กๆ นึกว่าเชฟ 3 ดาวจะเอาใจคนไทยอย่างเราซะแล้ว แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ…
เปลี่ยนบรรยากาศ วุ่นวายสู่การผ่อนคลายยามบ่าย จิบชา ลิ้มรสชาติขนมอร่อย ในบรรยากาศห้องนั่งเล่น วิวสวนธรรมชาติที่ห้องอาหาร Metro โรงแรม Hotel indigo ถนนวิทยุ จาก Concept ของร้านที่เน้นการนำ Street Food มาเสิร์ฟในบรรยากาศที่มีระดับ และได้กลิ่นอายของความเป็นเมืองกรุงผสานกับวิวธรรมชาติ บริเวณหน้าร้าน บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม ซึ่งปกติแล้วที่นี่จะบริการเป็น All day diningที่พร้อมต้อนรับแขกหรือลูกค้าที่เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศตลอดทั้งวัน ด้วยการตกแต่งแบบ Casual Contemporary จึงทำให้ ผู้ที่มาพักผ่อนสามารถผ่อนคลายแบบเป็นกันเองเพลิดเพลิน ได้อย่างเต็มที่ จากไอเดียอาหารที่เข้าถึงง่าย สู่การสร้างสรรค์ผลงานเป็นชุดน้ำชายามบ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้ง 2 รูปแบบ Neighborhood Tea Set ทั้งแบบตะวันตกและ ตะวันออก Western Set (800.- net)เติมเต็มพื้นที่ในกระเพาะอาหารยามบ่ายแบบเบาๆ แต่อิ่มท้องได้ ด้วยเมนูแซนวิชแบบตะวันตก ซึ่งเป็นเมนูที่เลือกโดยเชฟ เป็นรูปแบบเฉพาะในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น Salmon Tower แซลมอนโรลท็อปปิ้งด้วยไข่ปลาแซลมอน แทรก cream chesse lemon เสิร์ฟบนขนมปังอบ สอดไส้กลางด้วยไข่คน Salmon Tower ด้านในชั้น Toast อัดแน่นด้วย Scrambled eggs Minichicken Burger with BBQ sauce เบอร์เกอร์ไก่ไซส์ย่อมแต่อัดแน่นด้วยรสชาติ บาร์บีคิวไว้อย่างอร่อยเข้มข้น บราเวท Variety Cucumber แถมของหวานด้วยสโคนและสโคนลูกเกด เสิร์ฟพร้อมกับแยมสตรอเบอรี่และครีมเลมอน พร้อมของหวานแบบต่างๆที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น Mango-Passion Fruit Cheesecake ชีสค้ก มะม่วง-เสาวรส เปรี้ยวหอมหวาน เข้มข้นลงตัว Mango-Passion Fruit Cheese Cake OrangeSkin Marjolaine Cake with Almond toast chocolate and vanilla homemade orange…
เปลี่ยนบรรยากาศค่ำคืนให้โรแมนติกสวยงามหรือสังสรรค์กับเพื่อนอย่างเป็นกันเองภายใต้วิวอันงดงามของเมืองกรุงเทพฯ ตระการตา ที่ Char Restuarant and Bar @ Hotel Indigo Wireless Bangkok Char Restuarant ภัตตาคารหรูระดับโลก ในเครือโรงแรม IHG ซึ่งในแถบภูมิภาคเอเชียนั้นมีเพียงที่ฮ่องกงและไทยเท่านั้น วัตถุดิบชั้นเลิศ ที่ถูกคัดสรรมาเพื่อเสิร์ฟให้กับ บรรดานักชิมที่ต้องการลิ้มรสความแปลกใหม่ สัมผัสได้ตั้งแต่สีสันของร้านที่เบสด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับโลหะสีทองมันวาว แบบอินดัสเตียล ตกแต่งออกมาได้อย่างเรียบหรู แบบยุโรป มีความเป็นส่วนตัว ประกอบกับวิวของใจกลางเมืองกรุงเทพ ผ่านกระจกที่สะท้อนแสงจากโคมไฟที่ประดับประดาไว้ได้อย่างสวยงาม เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักมากเลยทีเดียว โซนมีทั้งโต๊ะนั่งที่สามารถนั่งสังสรรค์ได้แบบเป็นกลุ่ม มีโต๊ะอาหารที่จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับหมู่คณะที่ชมวิวได้แบบกว้างๆ มีมุมกระจกที่จัดเป็นที่นั่งสำหรับบรรยากาศ ชมวิวสวนของสถานทูตสหรัฐอเมริกา และตึกระฟ้าบริเวณกลางสุขุมวิท ที่จัดมาพอดีสำหรับนั่งกันสองคนเหมาะกับสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัวของคู่รัก สำหรับการเลี้ยงฉลองเป็นกลุ่มใหญ่ๆถึง 20 คนก็มีห้องที่จัดไว้เป็นโซนพิเศษที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา เริ่มกันด้วยขนมปังอบเองและเนยทำเอง Appetizer เนื้อปลาไหลที่จี่ ไฟให้พอสุกเสิร์ฟพร้อมกับหัวไชเท้าดองที่แกะสลักเป็นรูปดอกไม้สวยงาม รสชาติออกเค็ม เปรี้ยว และมิโสะ เป็นอาหารคำเล็กที่ไว้กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีสำหรับการเริ่มต้นเซตอาหาร Pistachio Soup Espuma ครีมถั่วพิสตาชิโอ ที่ทำออกมาเป็นรสชาติของมัน รสสัมผัสเกือบคล้ายฟัวกราส์ที่ข้นมันผสานกับแอปเปิ้ลเจลลี่บดละเอียดที่สอดแทรกความเปรี้ยวเล็กน้อยอยู่ด้านล่างของถ้วย แล้วโปรยด้านบนด้วยเกร็ดผงเครื่องเทศ Mexican Chicken Ball เนื้อไก่บดปรุงรสแบบเม็กซิกันที่ปรุงจนสุกดีแล้วนำมาปั้นเป็นก้อน ห่อด้วยแป้งบางๆที่ปรุงรสออกเป็นแบบเม็กซิกัน ด้านบนท๊อปด้วยถั่วและไชเท้าและเติมซอสรสชาติออกบริการด้านบน เชฟสุดเท่ห์ของเราแนะนำให้ใช้นิ้วมือหยิบขึ้นรับประทานเลยจะได้รูปแบบการทานที่สนุกไปอีกแบบ Brandard Brandard ด้านล่าง ทำจากเนื้อปลาคอตบด ผสมกับเนื้อครีม ได้รสสัมผัสออกกลิ่นอายแบบทะเล แล้วเติมชั้นบนด้วยมันฝรั่งบดผสมกับ Thyme และ Lemon ได้กลิ่นออกเครื่องเทศนิดๆ ท๊อปด้านบนด้วย Alseta Caviar ไข่ปลาคาเวียร์เกรดพรีเมี่ยมที่ให้รสชาติเค็มละมุน พอเหมาะ เข้ากับเนื้อครีมทั้งสองชั้นอย่างลงตัว Salmon Grilled with smell mashed potato ปลาแซลมอน เกรดพรีเมี่ยม ชิ้นกลางพอประมาณ นำไปย่าง ให้สุกกำลังดี แบบยังคงความนุ่มของเนื้อปลา สัมผัสกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ผสานกับ Bone Marrow ซอสจากเนื้อไขมันกระดูกสันหลังของวัว ส่วนของหนังมีความกรอบหอม และ มัน เข้ากับมันบดที่ลงมาแบบหอมอ่อนๆเสิร์ฟอยู่ด้านล่างของเนื้อปลาและด้านบน โรยตกแต่งด้วยใบ…
เติมเต็มความรักใต้บรรยากาศอันแสนโรแมนติก สัมผัสรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนเมนูใหม่ โดย Chef Philips สุดหล่อที่สาวๆเห็นต่างกรี๊ดกร๊าด ที่ Volti Ristrorante & Bar @ Shangri la Hotel Bangkok เปลี่ยนค่ำคืนอันแสนน่าเบื่อ สู่บรรยากาศสุดโรแมนติกเพื่อคนพิเศษและคุณ ด้วยเมนูใหม่ที่สวยงามเหนือจินตนาการ และล้ำเลิศด้วยรสชาติแสนอร่อย รังสรรค์โดย Chef Philips ผู้เปี่ยมประสบการณ์ ที่ Volti Ristrorante & Bar ภัตตาคารอาหารอิตาเลี่ยนรสเลิศ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามและน่าเพลิดเพลิน ณ โรงแรม แชงกรีล่า กรุงเทพฯ หากพูดถึงความหรูหราและการบริการอันยอดเยี่ยมในประเทศไทย ทุกคนคงมีชื่อหนึ่งของโรงแรมแชงกรีล่า อยู่ในใจอย่างแน่นอนและในวันนี้กินแหลกแจกดาวจะพาทุกท่านมาลิ้มลองอาหารอิตาเลี่ยน เมนูใหม่ ที่ Volti Ristrorante & Bar โดยเมื่อถึง Lobby ของโรงแรมฝั่ง Shangri-La Wing แล้วเราจะเห็นทางเข้าร้าน Volti จะอยู่ใกล้ๆเลย เรียกว่าหาได้ไม่ยากครับ ซึ่งภายในร้านจะออกแบบให้ดูทันสมัยและคงความหรูหราในระดับ 6 ดาวไว้ได้อย่างลงตัว และการเตรียมการที่พิถีพิถัน คอร์สวันนี้จะถูกเสิร์ฟ แบบจับคู่กับไวน์ที่คัดสรรเฉพาะ เพื่อเข้ากับแต่ละจาน โดย Chef Philips เราลองไปชมกันเลยครับ Apertizer shot and bite ชอตเปิดรสสัมผัส เพิ่มเรียกน้ำย่อยและความอยากอาหาร มีแตงกวาผลไม้ซอยเล็กๆ กลิ่มหอมสดชื่น หวานแบบธรรมชาติ แป้งบางอบ หอม ด้วยเห็ดทรัฟเฟิลและอิตาเลี่ยนซอส รสออกเค็มมัน เรียกว่า เป็นการเปิดประสาทสัมผัส การต้อนรับเข้าสู่กรุงโรมเลยทีเดียว Esspresso Poached Caramlized Foie Gras – ฟัวกราส์ย่างคาราเมลและเมล็ดกาแฟให้สุกแบบพอดี ได้เนื้อที่ละเอียดนุ่ม แบบพอเหมาะ หอมหวานๆ ขมนิดๆ ไม่แข็งไม่เละ ตัดเลี่ยนด้วย ผักขม, ราสเบอร์รี่สด, บีทรูทดอง, แอพริคอท, พิสตาชิโอบด Insalata Di…
ลิ้มรสชาติดุจสมบัติล้ำค่า ด้วยเสน่ห์อันแปลกใหม่ และน่าพิสมัย งดงามตามประเพณีไหว้พระจันทร์ จาก Pagoda Chinese Restaurants วันนี้ทีมงาน kinlakestars.com จะพาทุกท่านไปลองลิ้มชิมรสขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษที่สั่งทำขึ้นมาเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน Pagoda และยังมีรสอื่นๆที่เรียกว่าคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาทำเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ที่แม้จะดูเผินๆแล้ว เหมือนไส้ทั่วไป แต่แฝงไว้ด้วยความพรีเมี่ยมไม่เหมือนที่ไหนแน่นอนครับ Black Truffle เริ่มที่ขนมตัว Signature กับสูตรพิเศษเฉพาะเพื่อบุคคลพิเศษ กับเห็ด Black Truffle ภายใต้แป้งสีดำที่ให้ความรู้สึกเร้นลับ ภายในใช้เพียงแต่ไส้เม็ดบัวเนื้อละเอียดที่ผสมเนื้อเห็ดทรัฟเฟิลบดละเอียด จนได้กลิ่นหอมชวนเคลิ้ม ใจกลางมีไข่แดงที่รสชาติเค็มมันกำลังดี และส่วนผสมที่สร้างมิติให้กับรสและกลิ่นในไส้นี้ด้วย คือ เนื้อเป็ดรมควัน และ เกาลัคเผา ที่เพิ่มความเค็มมัน และหวานได้อย่างลงตัว Pork Bak-Kwah and assorted Nuts ในไส้เนื้อเม็ดบัวบดละเอียดที่ละมุนละไมเวลาสัมผัสลิ้น ยังใส่ เนื้อหมู Bak Kwah ซึ่งเป็นเนื้อหมูสไตล์ฮกเกี้ยน นับเป็นวัตถุดิบที่เพิ่มความเค็มมันแบบอ่อนๆ แถมทิ้งท้ายด้วยความมันแบบกรุบกรอบ ด้วย เมล็ดเมลอน ถั่วบดละเอียด เพื่อรสสัมผัส ที่ไม่จำเจ White Lotus Seed Paste with single yolk ไส้เม็ดบัวบดที่ละเอียดนุ่ม หอม และสอดไส้ไข่แดงเค็ม หอมมันอร่อย และแทรกด้วยเมล็ดเมลอนบดกรุบกรอบ มีมิติของรสชาติมากยิ่งขึ้น Chantaburi Durian and White Lotus Seed Paste วัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อความหอมมันโดยใช้ ทุเรียนเกรดคัดพิเศษ จันทบุรี ที่ทำออกมาแบบหวานกำลังดี ไม่มันและเลี่ยนจนเกินโดยผสานเม็ดบัวขาวบดเข้าไปเพื่อความหวานแบบธรรมชาติ และสอดไส้ ไข่แดงเค็ม ไว้กึ่งกลางเพื่อรสชาติที่กลมกล่อม Review, รีวิว, ขนมไหว้พระจันทร์, mooncake, pagoda, marriott marquis, 2017 KinlakeStars.com KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร…
6 ชั่วโมงเต็ม กับการลิ้มรสความอร่อยสุดพรีเมี่ยม แบบไม่อั้น ที่ Chatuchak Cafe @ Centara Grand Ladprao หากคุณกำลังหาร้านอาหาร หรือสถานที่สำหรับรวมญาติในโอกาสพิเศษ หรือ Reunion แบบเพลินๆ พร้อมทานอาหารสุดเลิศ ในบรรยากาศ ผ่อนคลาย ยาวๆ ตั้งแต่เที่ยงวัน ถึง หกโมงเย็น กินแหลกแจกดาว Kinlakestars จะพาคุณมากินแหลก แจกความสุขแบบไม่อั้น แบบ 3L กับ Luxury Lazy Lunch ด้วยไลน์อาหารเกรดพรีเมี่ยมในราคาที่คุณสัมผัสได้ ใจกลาง 5 แยกลาดพร้าวที่ จตุจักร คาเฟ่ โรงแรม Centara Grand Ladprao ห้าแยกลาดพร้าว ทำเลที่กำลังก้าวเป็นจุดศูนย์กลางแห่งใหม่ของเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้นี้ โรงแรม Centara Grand Ladprao เป็นโรงแรมที่อยู่ในทำเลสำคัญนี้ มีทีเด็ดที่น่าสนใจสำหรับนักชิม คือ ภัตตาคารและร้านอาหารเลิศรส ใกล้กับชาวกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ได้ลิ้มลองกันอย่างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ จตุจักรคาเฟ่ (Chatuchak Cafe) ห้องอาหารนานาชาติที่บริการนำอาหาร หลากหลายรูปแบบมาให้ลิ้มลองกัน และในวันนี้ เราจะมาลิ้มรส ไลน์อาหารสุดพิเศษที่คัดสรรมาให้คุณลิ้มลอง กับ Luxury Lazy Lunch ที่เพลินกับอาหารรสเลิศได้ยาวนานถึง 6 ชม. ว่าแล้วเราไปเริ่มสำรวจรายการอาหารกันครับ Lobster and Foie Gras สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้รับเหมือนกันคือล็อบสเตอร์อบเนยสด กุ้งเนื้อหวานแน่นสด มาทั้งส่วนหัว ส่วนตัว และก้ามโตๆ และ ฟัวกราห์ย่าง เสริร์ฟมาบนสับปะรด ราดซอสบัลซามิก ปรุงพิเศษ ท่านละ 1 เซต เป็น Complimentary พิเศษสำหรับทุกคน ก่อนที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับเมนูต่างๆที่จัดไว้ให้อย่างเต็มที่ เราไปดูไลน์อาหารอันน่าตื่นตากันครับ Seafood Parade แม้ว่ามุม seafood นั้นจะมีอยู่ในแทบทุกที่ของ…
ไม่ต้องบินไกลถึงเกาหลี เพราะวันนี้เชฟบินจากโซลมาปรุงให้ท่านกันถึงกรุงเทพฯแล้ว ! ในวันนี้ทีมงาน Kinlakestars จะพาทุกท่านไปชิมอาหารเกาหลีสูตรต้นตำรับจากเชฟ Young Keun Kim และ เชฟ Min Jae Lee เชฟรับเชิญพิเศษจากโรงแรม JW Mariott Dongdaemun Square กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเชฟชาวเกาหลีทั้งสองคนนี้จะเป็นคนรังสรรเมนูต้นตำรับจากเกาหลีอยู่ที่ห้องอาหารออร์คิด โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ตั้งแต่วันที่ 1-19 สิงหาคม 2561 โดยเมนูอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ และของหวานนานาชนิดก็ยังคงถูกเสิร์ฟอยู่เช่นเดิม เริ่มต้นกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยจานแรก “Shrimp Yuzu Salad” สลัดกุ้งส้มยูสุ ที่ใช้กุ้งสดลวกเสิร์ฟแบบเย็น ทานคู่กับสลัดผักสดกรอบ รสชาติของน้ำสลัดที่ทำจากผลส้ม Yuzu รสชาติเบาๆอ่อนๆ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น กระชุ่มกระชวยเป็นอย่างมาก Job-chae ผัดวุ้นเส้นเกาหลีกับเนื้อ เมนูเรียกน้ำย่อยจานที่สอง ที่ใช้วุ้นเส้นเกาหลี มาผัดกับซอสสูตรเฉพาะจากเชฟจนตัวซอสแทรกซึมเข้าไปในเส้น และใส่เนื้อวัวและผักต่างๆลงไป ไก่ผัดซอสเกาหลีกับต๊อกโบกี เป็นไก่ทอดชิ้นพอดีคำ ผัดกับซอสรสชาติเผ็ดร้อนแบบต้นตำรับของเกาหลี ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ต๊อกโบกี ที่ผมขอรับรองว่าเด็ดมากๆ นุ่มหนึบและเนียน ต่างจากต๊อกโบกีตามร้านทั่วไปอย่างชัดเจน กินคู่กับรสชาติเข้มข้นของไก่และซอสเข้ากันเป็นอย่างดี Kimchi Soup (Gam Ja Tang) หรือซุปกิมจิ ที่เชฟได้ใช้น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมูจนเปื่อย และกิมจิที่เชฟได้เตรียมนำมาเองจากเกาหลี ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป Grilled Beef Short Ribs เนื้อย่างแบบเกาหลี โดยเชฟทั้ง 2 คน ได้เลือกใช้เนื้อส่วนติดกระดูกที่โครง มาหมักกับซอสปรุงรสสูตรพิเศษและนำไปย่างจนสุกแบบ Well Done เนื้อย่างแบบสุกจานนี้นั้นมีรสชาติที่กลมกล่อมมาก ตัวซอสซึมเข้าไปในเนื้อจนทั่ว และเนื้อสุกพอดีมีความนุ่มและชุ่มฉ่ำของซอสเหลืออยู่ ไม่แห้งและเหนียวแม้แต่น้อย Kimchi Chi Jjim หมูสามชั้นผัดกิมจิ ที่ใช้หมูสามชั้นตุ๋นจนสุกและเปื่อยนุ่ม หั่นพอดีคำผัดกับกิมจิแบบไม่ใช้น้ำมัน ตัวหมูสามชั้นมีความนุ่มละลายในปาก รสชาติของกิมจิแทรกซึมเข้าไปกำลังดี ไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป ผู้ที่ทานเผ็ดไม่ได้สามารถทานได้อย่างสบาย Hong hap Jo Rim (Glazed Mussels…
ช่วงเดือนแห่งรักแท้ปีนี้ มาผ่อนคลายผสานอุ่นไอกลิ่นมะลิ เพลินสัมผัสประดุจรักของแม่ ด้วย ทรีทเม้นท์ Touch of Care ณ Chi Spa ที่ Shangri-La Hotel Bangkok หากพูดถึงเรื่องความรัก ความห่วงใย ที่ทรงคุณค่า ทุกคนคงนึกถึงรักอันบริสุทธิ์ ของผู้เป็นแม่ ที่พร้อมจะดูแลและห่วงใยเรา อย่างดีที่สุด นับเป็นแรงบันดาลใจชั้นเลิศ ในการรังสรรค์ ทรีทเม้นท์ สุดพิเศษ เพื่อช่วงเดือนแห่งความสุขวันแม่ กินแหลกแจกดาวจะพาทุกท่านไปผ่อนคลายในสปาสุดหรูกับบรรยากาศของโรงแรมระดับ 5 ดาวริมน้ำใจกลางกรุงเทพฯ ที่ Chi Spa ของโรงแรม Shangri-La Hotel Bangkok ซึ่งในช่วงเดือนพิเศษเทศกาลวันแม่นี้ มีคอร์สสปาพิเศษ ที่คุณจะได้สัมผัสการดูแลเสมือนการโอบอุ้มของแม่ที่ดูแลลูกรัก กับ ทรีทเม้นท์ Touch of care สัมผัสแห่งความรักและห่วงใย โดยใช้น้ำมันมะลิออแกนิค ผสานเข้ากับเทคนิคการนวดที่จะอ่อนโยนและผ่อนคลาย ไหลลื่นมากกว่าปกติ เริ่มจากการมายัง Chi Spa นี้จะอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรม ฝั่ง Krungthep Wing ภายในมีการออกแบบที่ดูเรียบหรู สงบ ให้ความผ่อนคลาย มีโถง ล็อบบี้ ต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของการพักผ่อน มีมุมผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำสปาที่จัดเอาไว้ได้อย่างหรูหราและน่าสนใจ ผลิตภัณฑ์หลักที่นี่แสดงผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ของ Panpuri บรรยากาศภายในเปิดเพลงบรรเลงคลอเบาๆรวมถึงมีเสียง น้ำไหลที่อยู่บริเวณบ่อน้ำตรงกลางของโถงบันไดเพื่อเชื่อมลงไปยังห้องทำทรีทเม้นท์ที่มีความเป็นส่วนตัว Warmly Welcome วันนี้เมื่อเรามาถึงพนักงานจะต้อนรับและพาเรามาพักบริเวณล็อบบี้ของสปา ซึ่งจะเสิร์ฟ Welcome Drink ด้วย Organic Lemon Grass Refreshment ที่จะให้ความสดชื่นและผ่อนคลาย พร้อมทั้งทำ แบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนของร่างกายที่เราอยากให้เน้นเป็นพิเศษหรือหลีกเลี่ยง ตลอดจน การเลือกระดับของน้ำหนักมือที่เราต้องการ เพื่อเป็นการเตรียมตัวของ therapist ที่จะดูแลเราได้อย่างเหมาะสม Private Preparation เมื่อพร้อมแล้ว therapist จะเชิญเราไปยังห้องส่วนตัวที่ได้จัดเตรียมไว้ในวันนี้เรามาที่ห้อง Khotan ซึ่งเป็นห้องทำสปาแบบคู่ภายในถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหรา สงบ และผ่อนคลาย มี…