Chef : Eugenio Cannoni : 02 2023
Story : Dr.Athiwat T. / Photo : Pol.Capt. Kittin A

กลับมาอีกครั้งกลับเมนูฤดูหนาวของ La Scala ห้องอาหารอิตาเลียนชั้นเยี่ยมประจำโรงแรม The Sukhothai Bangkok ใน บรรยากาศร้านอันโทนดำทอง ที่อบอุ่นแต่ยังแฝงความหรูหรา พร้อมบริการชั้นเยี่ยม ซึ่งเมนูนี้ยังรังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือคนเดิมนั่นคือ Eugenio Cannoni

รสชาติเต็มปากเต็มคำ ผสานกับเทคนิคสุดแพรวพราวและวัตถุดิบชั้นเลิศสู่ New Winter tasting menu ต้องขอบอกเลยว่าแต่ละจานค่อนข้างทำให้แปลกใจ ไม่ได้เกิดจากการพ่นควันหรือสาดแสงแต่ว่าเทคนิคการปรุง ความลงตัวของซอส และการเลือกวัตถุดิบที่นำมาประกอบกันนั้นถือว่าแปลกใหม่ไม่เหมือนใครลงตัวสนุกและไม่น่าเบื่อ เรียกได้ว่าผ่านการคิดมาเยอะแต่กินง่าย กินเข้าปากสามารถประมวลผลได้ว่าอร่อยโดยไม่ต้องคิดมาก งานนี้รีวิวเต็มเราได้บรรยายละเอียดในทุกจานแน่นอน ต้องมากับเมนูฤดูหนาวของ La Scala, The Sukhothai Bangkok

โดยในครั้งนี้ก่อนจะไปดูในส่วนของอาหาร เราขอพาทุกท่านไปชมความเปลี่ยนแปลงการตกแต่งภายในของห้องอาหารกันครับ

ห้องอาหารมีการปรับแปลี่ยนการตกแต่งภายในห้องอาหารเล็กน้อย โดยเน้นไปที่แนวคิดหลักของห้องอาหารที่มุ่งเน้นให้ภาพความเป็นห้องอาหารที่ให้บริการ Fine dining ชัดเจน

มีการย้ายเตาพิซซ่าไปยังห้องอาหาร colonate เพิ่มส่วนของห้องเก็บไวน์ และบาร์ขนมปัง

รายละเอียดเล็กๆน้อยๆแต่มีความสำคัญในแง่ mood and tone อย่างผ้าปูโต๊ะที่เป็นเป็นสีเมาเงิน โคมไฟสีขาวเรียวยาวบนโต๊ะที่ให้แสงไม่มืดและสว่างไป อีกทั้งแก้วน้ำเดิมจากสีดำแดงเป็นแก้วใสทรงเดิม

Gastronomic Journey (7 Courses)
Amuse Bouche

หนึ่งจุดเด่นของเชฟ Eugenio คือ Amuse bouche ที่สวยงามในทุกคอร์สซึ่ง ครั้งนี้เชฟได้เสิร์ฟเป็น 3 คำ คือ

McKerel ปลา mackerel รสชาตินุ่มนวลลายสวย

Languistin Taco ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ผมชอบมาก เนื้อแป้งกรอบอร่อยพร้อมกุ้งเนื้อหวาน ซึ่งตัวแป้งนั้นคือ Chickpeas bread ตรงกลางเป็น ตาร์ตาร์กุ้งลายเสือดิบสดๆ เคียงด้วยมายองเนสอัลยอลี (ailoi) ที่เป็นซอสกระเทียม

และ Fake bell pepper รสเผ็ดจาง ๆ สอดไส้ Tuna ด้านใน

ขนมปัง


สำหรับขนมปังที่นี่ยังคงหน้าประทับใจเหมือนเดิม โดยขนมปังในครั้งนี้มี 4 แบบ ได้แก่ 𝐁𝐫𝐢𝐨𝐜𝐡𝐞 โฟคาเซีย (𝐅𝐨𝐜𝐚𝐜𝐜𝐢𝐚) เซียบัตต้า (Ciabatta) และ Grissini ขนมปังแท่งยาว เสิร์ฟพร้อม Olive Oil จาก แคว้นลิกูเรีย (Liguria)

Ostrica, Capperie Goronzola (Oyster, Capers, Gorgonzola)


คอร์สแรกของ set นี้เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจด้วย Oyster Gillardeau No. 4 เสิร์ฟพร้อมกับ Gold Gonzola cheese ซึ่งเข้ากันได้อย่างดี พร้อมเคียงด้วย capers ด้านใต้ที่จะช่วยเรื่อง acidity ของชีสให้กลมกล่อมมากขึ้น ตัวเนื้อ oyster และ gonzola ชีสมีความนวลและสดชื่นส่งเสริมกันได้อย่างดี เข้ากับไวน์ขาว Sensi Pinot grigio ได้ดีมาก


Lumache, Cavolol Fermetato E Alghe (Escargot, Fermented Cabbage, Seaweed)


จานนนี้เป็นอีกหนึ่งจานที่จะให้ความสดชื่น รสเบา ๆ โดยมีพระเอกคือ Escargotเนื้อเด้งหนุบหนับ เคียงกับ Fermented Cabbage หรือ Sauerkraut ที่ปรุงมาแบบสดชื่นให้ texture กรุบกรอบ และเสริมด้วย Seaweed ทำให้ได้สัมผัสที่หลากหลายคลุกเคล้ากันกับครีมและโฟมจาก cabbage Escargot, Fermented Cabbage ใส่น้ำกะทินิดนึงเพราะเป็นวัตถุดิบที่เชฟชื่นชอบ ตามด้วย ‘ซาวร์เคราต์ (sauerkraut)’ กะหล่ำปลีดองเปรี้ยวเป็นจาน appetizer ที่โดดเด่นมาก

Ravioli Di Faraona, Morchelle E Lampini (Guinea Fowl Ravioli, Morels, Fermented Raspberries)

จานนนี้จะเข้มข้นมากขึ้น และ ถือเป็นจานที่เรารอคอยเพราะ เชฟ Eugenio ทำเมนูประเภทนี้ออกมาไม่ดีทุกครั้งและเราไม่เคยผิดหวัง นั่นคือ Ravioli ครั้งนี้เชฟสอดไส้เนื้อ Guinea Fowl หรือไก่ต๊อก ซึ่งเป็นไก่ป่าชนิดนึงนิยมล่าในหน้าเทศกาลจึงเหมาจะเป็นอาการทำให้ฤดูหนาว

ซึ่งออกมาได้สีสันสวยงามจากซอสเห็ดมอเรล และ reduction ของ fowl เหมาะกับช่วง festive ตัดสีแดงด้วย Raspberry ตัว Ravioli จะมีความแน่นหนึบพร้อมรสชาติเข้มข้นของเนื้อ fowl ซึ่งเมื่อละเลียดทีละน้อยคู่กับไวน์ จะให้รสกำลังดี และ เข้มข้นในทุก ๆ คำ

Spaghetto Cacuicco E Nduja (Spaghetti, Caciucc Soup Reduction, ‘Nduja)

สปาเกตตี้ปลาสูตรของอิตาลีทางตอนเหนือของอิตาลี และ เชฟนำมาผสมผสานกับ salami spread (‘Nduja) ซึ่งเป็นของท้องถิ่นทางตอนใต้ของอิตาลี ทำให้ได้สปาเกตตี้สูตรเฉพาะจานนนี้จะมีรสทะเลเต็ม ๆ จาก Caciucc Soup Reduction ซึ่งเป็น soup ที่ทำจาก seafood นานาชนิด เมื่อรวมกับ ‘Nduja ทำให้รสชาติเค็มของทะเลยิ่งเข้มข้น เรียกได้ว่าเป็นจากที่ Flavorful มาก

Aragosta, Topinambour E Nocciole (Brittany Lobster, Jerusalem Artichoke, Hazelnut)


เนื้อกุ้ง Brittany Lobster จากฝรั่งเศส ลอบสเตอร์เลื่องชื่อจากแคว้นบริตตานี เสิร์ฟเคียงกับ Jerusalem Artichoke หรือ แก่นตะวัน ทำเป็น chips กรอบ และ Hazelnut ที่ dry มาให้ความหวานและกรุบกรอบ ราดด้วยซอส lobster bisque ที่ reduction เข้มข้น เนื้อกุ้งสดหวานปนกับซอสรสเข้มข้น

Manzo, Ricci Di Mare, Cozze E Cime Di Rapa (Dry age tenderloin, Uni, Italian Green Turnips)



เมนคอร์สที่สมศักดิ์ศรีซึ่งจุดเด่นของจานคือซอส Italian Green Turnip และ Uni ที่ตัดกันเป็นลวดลายสวนงาม กระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี เคียงข้างกับ Dry age angus tenderloin ชิ้นโต เนื้อมีความนุ่มเหนียวกำลังดี

Cavolfiore, Butterscotch E Pecan (Cauliflower, Butterscotch, Pecan nuts, Yogurt)




อีกหนึ่งสิ่งที่เรารอคอยเสมอใน course ของเชฟ Eugenio คือของหวาน ซึ่งครั้งนี้เชฟก็ได้สร้างสรรค์เมนูของหวานชั้นเลิศมาอีกด้วย Moose ที่ทำจาก Cauliflower และ butterscotch ทอปด้วย Pecan nuts และ Lemon gel ด้านข้างเป็น Yogurt Sorbet Cauliflower moose จะมีความอ่อนละมุนและ butterscotch ช่วยตบให้ความหวานกลมกล่อมสมกับเป็นของหวาน
Pitie four


สำหรับ Gastronomic Journey 7 course ของ La Scala นั้นราคาเพียง 4580 ++ ต่อท่านเท่านั้น รวม complementary ขนมปัง Petite fours ชากาแฟท้ายมื้อ (ซึ่งต้องลอง Sukhothai blend !) สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ +66 2 344 8888 Ext. 8654 หรือ website

winter menu, italian cuisine, review, fine dining, La Scala, The Sukhothai Bangkok
Kin Review
Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์ สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง Kinandleisure.com กินแอนเลเชอร์